ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)

อัปเดตล่าสุด: 04 สิงหาคม 2026
01

บทนำและคู่สัญญา

ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“ข้อตกลง”) ทำขึ้นระหว่าง ร้านค้าที่สมัครใช้บริการบนแพลตฟอร์ม Wabicore (“ร้านค้า” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูล”) ฝ่ายหนึ่ง กับ Wabicore (“Wabicore” หรือ “ผู้ประมวลผลข้อมูล”) อีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าร้านค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เมื่อร้านค้าสมัครเปิดใช้ระบบสะสมแต้มและแลกของรางวัลบนแพลตฟอร์ม Wabicore จะถือว่าร้านค้าได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อตกลงฉบับนี้โดยสมบูรณ์
02

คำนิยาม

ในข้อตกลงนี้ คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น:
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่กำหนดในพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“การประมวลผล” หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ เก็บรักษา ใช้ เปิดเผย ลบ หรือทำลาย
“ผู้ควบคุมข้อมูล” หมายถึง ร้านค้า ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูล” หมายถึง Wabicore ซึ่งดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล
“เจ้าของข้อมูล” หมายถึง ลูกค้าของร้านค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“เหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่นำไปสู่การสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
03

บทบาทและหน้าที่ของคู่สัญญา

3.1 ร้านค้ามีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตนเอง
3.2 Wabicore มีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะตามคำสั่งของร้านค้าและเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้เท่านั้น
3.3 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
04

วัตถุประสงค์ ขอบเขต และระยะเวลาของการประมวลผล

4.1 วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล คือ เพื่อให้บริการระบบสะสมแต้ม และการแลกของรางวัลแก่ลูกค้าของร้านค้าผ่านแพลตฟอร์ม Wabicore รวมถึงการบริหารจัดการบัญชีแต้ม การออกคูปอง และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
4.2 ขอบเขตการประมวลผลครอบคลุมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการตามที่ระบุในข้อ 5 เท่านั้น
4.3 ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะเริ่มตั้งแต่วันที่ร้านค้าเปิดใช้บริการ และจะสิ้นสุดลงเมื่อร้านค้ายกเลิกการใช้บริการ หรือเมื่อข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้ Wabicore อาจเก็บรักษาข้อมูลไว้ต่อไปได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือตามความจำเป็นเพื่อป้องกันข้อพิพาท
05

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลและกลุ่มเจ้าของข้อมูล

5.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีการประมวลผลภายใต้ข้อตกลงนี้ ได้แก่:
  • เบอร์โทรศัพท์
  • อีเมล
  • ข้อมูลการสะสมแต้ม
  • ข้อมูลการแลกของรางวัล
  • ข้อมูลการใช้งานระบบ
5.2 กลุ่มเจ้าของข้อมูล ได้แก่ ลูกค้าของร้านค้าที่ใช้บริการสะสมแต้มหรือแลกของรางวัลผ่านแพลตฟอร์ม Wabicore
06

หน้าที่ของ Wabicore (ผู้ประมวลผล)

Wabicore ตกลงและรับรองว่าจะดำเนินการดังต่อไปนี้:
6.1 ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรของร้านค้า และเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้เท่านั้น
6.2 รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากร้านค้า หรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย
6.3 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่ระบุในข้อ 9
6.4 แจ้งให้ร้านค้าทราบโดยเร็วที่สุดหากได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามกฎหมาย
6.5 ช่วยเหลือร้านค้าในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในขอบเขตที่สมเหตุสมผลและเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลภายใต้ข้อตกลงนี้
6.6 ลบหรือคืนข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อสิ้นสุดการให้บริการตามที่ระบุในข้อ 12
6.7 ไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้
07

หน้าที่ของร้านค้า (ผู้ควบคุมข้อมูล)

ร้านค้าตกลงและรับรองว่าจะดำเนินการดังต่อไปนี้:
7.1 ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้เป็นไปตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการแจ้งวัตถุประสงค์และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
7.2 ให้คำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรแก่ Wabicore เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจนและชอบด้วยกฎหมาย
7.3 รับผิดชอบในการตอบสนองต่อคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล รวมถึงการพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าว
7.4 แจ้งให้ Wabicore ทราบโดยเร็วหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
7.5 รับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งมอบหรือให้ Wabicore ประมวลผลนั้น ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย
08

การใช้ผู้ประมวลผลช่วง (Sub-processors)

8.1 Wabicore อาจมอบหมายให้ผู้ประมวลผลช่วง (Sub-processor) ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนได้ โดยจะต้องคัดเลือกผู้ประมวลผลช่วงที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
8.2 Wabicore จะทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประมวลผลช่วง เพื่อให้ผู้ประมวลผลช่วงผูกพันตามหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้
8.3 Wabicore ยังคงรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประมวลผลช่วงเสมือนเป็นการปฏิบัติของตนเอง
8.4 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ประมวลผลช่วงอย่างมีนัยสำคัญ Wabicore จะแจ้งให้ร้านค้าทราบตามช่องทางที่เหมาะสม
09

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

9.1 Wabicore จะจัดให้มีและดำรงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมทั้งในด้านองค์กรและด้านเทคนิค เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
9.2 มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การสำรองข้อมูล การตรวจสอบระบบ และการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
9.3 Wabicore จะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
10

การช่วยเหลือการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

10.1 เมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น สิทธิเข้าถึง แก้ไข ลบ คัดค้าน หรือเพิกถอนความยินยอม) Wabicore จะแจ้งให้ร้านค้าทราบโดยเร็วที่สุด
10.2 Wabicore จะให้ความช่วยเหลือแก่ร้านค้าในขอบเขตที่สมเหตุสมผลและเป็นไปได้ทางเทคนิค เพื่อให้ร้านค้าสามารถตอบสนองต่อคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลได้ตามกฎหมาย
10.3 ร้านค้าเป็นผู้มีหน้าที่หลักในการพิจารณาและตอบสนองต่อคำร้องขอของเจ้าของข้อมูล
11

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

11.1 ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล Wabicore จะแจ้งให้ร้านค้าทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่ชักช้าเกินสมควร นับแต่ทราบเหตุ
11.2 การแจ้งดังกล่าวจะรวมถึงข้อมูลที่ทราบในขณะนั้น เช่น ลักษณะของเหตุละเมิด ประเภทของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ จำนวนเจ้าของข้อมูลโดยประมาณ และมาตรการที่ Wabicore ได้ดำเนินการหรือจะดำเนินการเพื่อแก้ไข
11.3 ร้านค้ามีหน้าที่พิจารณาและดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ เจ้าของข้อมูล ตามที่กฎหมายกำหนด
12

การคืนหรือลบข้อมูลเมื่อสิ้นสุดสัญญา

12.1 เมื่อข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง หรือเมื่อร้านค้ายกเลิกการใช้บริการ Wabicore จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งของร้านค้า เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้นไว้
12.2 ในกรณีที่ร้านค้าต้องการให้คืนข้อมูล Wabicore จะดำเนินการคืนข้อมูลในรูปแบบที่สมเหตุสมผลและเป็นไปได้ทางเทคนิค ภายในระยะเวลาที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
12.3 Wabicore อาจเก็บรักษาข้อมูลบางส่วนไว้ต่อไปได้หากมีความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อป้องกันหรือต่อสู้ข้อพิพาททางกฎหมาย
13

สิทธิในการตรวจสอบ

13.1 ร้านค้ามีสิทธิขอตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ของ Wabicore ได้ตามสมควร โดยต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรในระยะเวลาที่เหมาะสม
13.2 การตรวจสอบจะต้องไม่รบกวนการดำเนินงานปกติของ Wabicore เกินสมควร และจะต้องรักษาความลับของข้อมูลและระบบของ Wabicore
13.3 Wabicore อาจจัดให้มีรายงานการตรวจสอบหรือใบรับรองจากบุคคลภายนอกแทนการให้ร้านค้าเข้าตรวจสอบโดยตรงได้ตามความเหมาะสม
14

ความรับผิดและข้อจำกัดความรับผิด

14.1 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดหน้าที่ของตนตามข้อตกลงนี้และตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
14.2 Wabicore จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากคำสั่งของร้านค้า การที่ร้านค้าไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมควรของ Wabicore
14.3 ความรับผิดของ Wabicore ภายใต้ข้อตกลงนี้จะจำกัดอยู่เพียงความเสียหายโดยตรงที่พิสูจน์ได้จริง และไม่รวมถึงความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายอันเป็นผลสืบเนื่อง
15

ระยะเวลาของข้อตกลงและการสิ้นสุด

15.1 ข้อตกลงนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ร้านค้าเปิดใช้บริการบนแพลตฟอร์ม Wabicore และจะมีผลต่อไปตราบเท่าที่ร้านค้ายังคงใช้บริการ
15.2 ข้อตกลงนี้อาจสิ้นสุดลงได้ในกรณีดังต่อไปนี้:
  • ร้านค้ายกเลิกการใช้บริการ
  • คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกเนื่องจากอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรงและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • มีเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
15.3 การสิ้นสุดของข้อตกลงนี้ไม่กระทบต่อหน้าที่ที่ยังคงมีอยู่ตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลบข้อมูลและการรักษาความลับ
16

กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท

16.1 ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
16.2 ในกรณีเกิดข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้ คู่สัญญาตกลงที่จะเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทโดยสุจริตก่อน หากไม่สามารถระงับได้ ให้เสนอข้อพิพาทต่อศาลไทยที่มีเขตอำนาจ
17

เงื่อนไขทั่วไป

17.1 ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับเรื่องที่ระบุไว้ และมีผลเหนือข้อความหรือความเข้าใจใด ๆ ก่อนหน้านี้
17.2 หากข้อใดข้อหนึ่งของข้อตกลงนี้เป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ ข้ออื่นที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับได้ตามปกติ
17.3 Wabicore อาจแก้ไขข้อตกลงนี้เป็นครั้งคราว โดยจะแจ้งให้ร้านค้าทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม การที่ร้านค้ายังคงใช้บริการต่อไปหลังจากมีการแก้ไข ถือว่าร้านค้าได้ยอมรับการแก้ไขนั้น
17.4 การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิตามข้อตกลงนี้ในคราวใด ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธินั้น
17.5 ข้อตกลงนี้อาจจัดทำเป็นภาษาไทย และให้ใช้ข้อความภาษาไทยเป็นหลักในการตีความ